Author: Sergio Holmes

สองชามสองความชอบอาหารเส้นยอดฮิตเวียดนามจาก foodpanda menu ไหนที่ใช่คุณ

อาหารประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม เป็นอาหารอีกชาติที่ถูกอกถูกใจคนไทยไม่แพ้อาหารชาติอื่นเลย ด้วยเอกลักษณ์ของแต่ละจานที่คงความเรียบง่ายแต่กลับมีรสชาติลึกล้ำ ทำให้มีเมนูยอดนิยมชั้นเลิศอย่างกุ้งพันอ้อย แหนมเนือง ฯลฯ สนนด้วยราคาที่จัดว่าไม่แพงเลย ทำให้มีร้านอาหารเวียดนามดี ๆ ตั้งอยู่ทั่วประเทศไทยไม่เว้นแม้แต่ใน foodpanda menu เด็ด ๆ มากมายต่างรอคุณอยู่ในแอปเช่นกัน

แต่อีกหนึ่งประเภทของอาหารเวียดนามที่เรียกว่าเป็นอาหารง่าย ๆ กินได้ทุกมื้อ เปรียบได้กับขุมพลังคอยหล่อเลี้ยงชีวิตคนทำงานก็คือสองอาหารเส้นที่แพร่หลายที่สุดอย่างเฝอและก๋วยจั๊บญวนที่เราจะมาแนะนำกันในครั้งนี้

ก๋วยจั๊บญวน

อาหารเส้นชนิดแรกที่อร่อยถูกใจคนชอบน้ำซุปหอมหวานกลมกล่อมจากกระดูกหมู รสชาติไม่แรงก็คือก๋วยจั๊บญวน จุดที่โดดเด่นก็คือตัวเส้นที่มีความเหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ ทานกับเครื่องที่ใส่ในซุปร้อน ๆ อย่างหมูยอหั่น หอมซอย กระดูกหมู หมูสับ พร้อมด้วยหัวไชเท้าร้อน ๆ ที่ดูดซับน้ำซุปเข้าไปอย่างเต็มที่ บางร้านจะใส่แครอทลงไปด้วยทำให้รสกลมกล่อมขึ้นอีกขั้น ปิดท้ายด้วยเครื่องปรุงรสที่ทำให้รสชาติไม่จืดชืดอย่างหอมเจียว พริกไทยป่น ผักชีและต้นหอม

foodpanda menu เด็ดรสนุ่มแต่แฝงความเข้มข้นชามนี้เป็นอาหารง่าย ๆ ที่ทานกับอะไรก็ได้ชามนี้ทำเอาหลายคนติดใจมาแล้ว จนต้องสั่งแล้วสั่งอีก เป็นหนึ่งในเมนูอาหารเวียดนามที่ต้องลอง

เฝอ

อีกหนึ่งชามที่จะเรียกว่าเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตของคนเวียดนามเลยก็ไม่ผิด เพราะการทานเฝอของชาวเวียดนามมีลักษณะคล้ายกับการทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อของบ้านเรา เล่ากันว่าเฝอถือกำเนิดมาไม่เกิน 100 ปีนี่เอง จากวัฒนธรรมการกินพื้นบ้านผสานกับสไตล์อาหารฝรั่งเศสที่นิยมใช้เนื้อวัวในการปรุงอาหารทาน จากที่เริ่มทานกันในท้องที่ถิ่นกำเนิด ค่อย ๆ ขยายตัวไปยังภูมิภาคต่าง ๆ จนท้ายสุดได้ครองใจคนเวียดนามทั้งประเทศ เพราะค่อย ๆ แพร่หลายออกไปสูตรของแต่ละภาคจึงแตกต่างกันตามไปด้วย แต่ที่ยังคงเป็นตัวหลักของเมนูอาหารเส้นชามนี้ก็คือเส้นสีขาวเคี้ยวนุ่ม ทานพร้อมกับน้ำซุปเข้มข้นจากการต้มกระดูกขาวัว โครงไก่ ปรุงรสน้ำซุปด้วยเครื่องเทศอย่าง หอมแดง ขิงย่าง กระวาน โป๊ยกั๊ก อบเชย เกลือและน้ำปลา โรยหน้าด้วยผักและเนื้อสัตว์

 เฝอจึงเป็นอีกหนึ่งเมนูที่คนรักก๋วยเตี๋ยวเนื้อทานได้ทานดี ใครที่ยังไม่เคยลิ้มลองความอร่อยเข้มข้นของเฝอ คงยังพูดได้ไม่เต็มปากว่าทานอาหารเวียดนามมาแล้วจนครบ นี่จึงเป็นอีกเมนูหนึ่งที่ร้านอาหารเวียดนามแทบทุกร้านจะต้องมี เพราะมันออริจินัลจริง ๆ

สัมผัสวิถีชีวิตของชาวเวียดนามได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องบินไปถึงฮานอยผ่านอาหารเส้นสองชามนี้จาก foodpanda menu ไหนที่คุณเทใจให้ อย่าลืมบอกต่อเพื่อน ๆ ด้วยนะ ของอร่อยต้องทานกันหลาย ๆ คน แถมยิ่งสั่งเยอะยิ่งใช้โปรดี ๆ ที่ลดได้เยอะตามอีกด้วย

ลงประกาศหา “หาพนักงาน” อย่างไรให้มีผู้เข้าสมัคร

HR หรือ Human Resources แผนกงานที่เป็นแผนกทั้งจัดสรร คัดกรอง  หาพนักงาน ในทุก ๆ เรื่องของโรงงานที่เกี่ยวข้องกับบุคลนั้นล้วนเกี่ยวข้องกับ HR แน่นอน ซึ่งฟังดูแล้วแผนกนี้อาจจะง่าย ๆ นะครับ แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดแน่นอน อย่างเช่นในกรณที่พนักงานขาดคน HR จะต้องรับผิดชอบหาคนมาเติมในส่วนนี้ให้ได้ ซึ่งการที่จะให้คนมาสมัครนั้นก็ไม่ได้ง่ายแน่นอน วันนี้เราเลยจะมาพูดถึงวิธีการประกาศ หาพนักงาน อย่างไรให้คนสนใจกันดีกว่าครับ ?

วิธี หาพนักงาน

ลงประกาศตามหน้าบอร์ดจัดหางาน

            ในแต่ละจังหวัดนั้นจะมีบอร์ดการจัดหางานไว้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นนิคม หรือ งานเอกชนต่าง ๆ ดังนั้นทางที่ดีหาก HR นั้นจะหา พนักงาน ละก็ การเอาใยรับสมัครงานพร้อมรายละเอียด เช่น ชื่อบริษัท ตำแหน่งที่ต้องการสมัคร เอกสารที่ใช้ในการสมัคร ค่าตอบแทน และ ทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ มาติดประกาศที่บอร์นี้ก็ได้นะครับ

ใช้เว็บออนไลน์ให้เป็นประโยชน์

            เว็บออนไลน์ในการจัดหางานนั้นมีมากมายให้เราเลือก Post  ได้ โดยในแต่ละเว็บนั้นจะต่างกันแต่ส่วนมากนั้นจะมีรูปแบบที่คล้ายกันนั้นคือ  ชื่อบริษัท ตำแหน่งงที่ต้องการสมัคร ค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ เอกสารในการสมัคร และสุดท้ายเบอร์ติดต่อ ให้ผู้สมัครที่เข้ามาท่องเว็บไซต์ได้นำข้อมูลเหล่านี้เผื่อว่ามีใครสักคนกำลังหางานอยู่

ตามกลุ่ม

            ใน Facebook นั้นจะมีกลุ่มต่าง ๆ เกิดขึ้นในแต่ละจังหวัด ซึ่งแน่นอนว่ามีเกือบทุกจังหวัดในทั่วประเทศ ดังนั้นในกลุ่มเองก็อีกเป้าหมายหนึ่งที่ทาง HR จะประกาศรับสมัครงาน โดยชีแจ้งรายละเอียดไว้ เพื่อทีคนที่เข้าในกลุ่มจะได้รู้ว่าบริษัทนี้ในจังหวัดนี้กำลังมองหาคนที่มาร่วมงานด้วย อยู่

ไม่ต้องใช้คำทางการเกินไปก็ได้

            ข้อนี้จะเป้นผลพวงต่อจากข้อที่แล้วในเรื่องของการใช้คำพูด ในการ Post ลงหน้าเว็บต่าง ๆ โดยการ Post ของเรานั้นอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นทางการขนาดไหน เช่น “บริษัท xxx เปิดรับสมัครงาน” กับ “เรากำลังมองหาผู้รวมง่านกับ บริษัท xxx” ซึ่งอ้างอิงจากความเห็นส่วนมากด้านหลังจะเป็นที่นิยมกว่า และ ผู้อื่นก็ชอบด้วย

                ดังนั้นหาก HR กำลังมองหาการ หาพนักงาน ลองเอาข้อมูลพวกนี้ใช้ในการหาดูก็ได้นะครับ รับรองเลยว่าจะต้องมีคนสมัครงานเพิ่มขึ้นแน่นอน และเมื่อผู้สมัครเยอะขึ้นโอกาสและทางเลือกของบริษัทก็เพิ่มมากขึ้นด้วยถือเป็นทางเลือกของบริษัที่ดีเลยไม่ใช่หรอครับ ?

ข้อดีของการใช้บริการกำจัดปลวก

เพราะปลวกเป็นหายนะใหญ่ที่สุดของบ้าน มีปลวกเข้ามาเมื่อไหร่ความเสียหายก็เกิดขึ้นได้เมื่อนั้น บ้านบางบ้านก็เสียหายหนักถึงขั้นต้องซ่อมแซมหรือว่าปลูกใหม่เลยทีเดียว แม้ว่าจะใช้วิธีการกำจัดก็ตาม แต่ถึงแม้จะกำจัดอย่างไรถ้าไม่สามารถเข้าถึงต้นตอ และไม่ได้กำจัดอย่างถูกวิธี ก็ไม่มีทางที่พวกปลวกจะหายไปได้ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีการกำจัดนั่นเอง

เพราะเหตุนี้การใช้ บริการกำจัดปลวก จึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการกำจัดปลวกด้วยตัวเอง ลองมาดูว่าการใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญนั้น ดีกว่าการทำเองอย่างไรบ้าง เพื่อที่ครั้งต่อไปในการกำจัดปลวก คุณจะได้เลือกใช้วิธีการที่ถูกต้อง

1.ไม่ต้องเสียเวลากำจัดหลายรอบ

ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการกำจัดปลวก จะรู้วิธีการกำจัดที่ถูกวิธี รู้ว่าต้องจัดการอย่างไรถึงจะให้ปลวกหายไปจากบ้านได้ การกำจัดปลวกโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญจึงทำเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น พวกปลวกที่อาศัยอยู่ในบ้านก็จะสิ้นซากไปทันที ไม่เหมือนกับการทำด้วยตัวเอง ที่ต้องใช้เวลาในการกำจัดหลายรอบ และบางทีก็ไม่หมดด้วย

2.ปลอดภัยกว่า

การใช้สารเคมีกำจัดปลวก จะต้องใช้ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับการใช้งานสารเคมีเท่านั้น ซึ่งผู้ให้ บริการกำจัดปลวก จะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สารเคมีเป็นอย่างดี ดังนั้นคุณจึงมั่นใจได้ว่าสารเคมีที่ใช้กำจัดปลวกเหล่านั้น จะไม่สร้างความเสียหายให้กับคนและสัตว์ที่อยู่ในบ้านแน่นอน จะปลอดภัยกว่าการที่เราไปทำด้วยตัวเอง

3.ได้คำแนะนำที่ดี

การกำจัดปลวกที่ดีที่สุดก็คือการป้องกันเอาไว้ก่อน ซึ่งการใช้ บริการกำจัดปลวก จะช่วยให้คุณได้คำแนะนำที่ดีจากผู้ให้บริการด้วยว่าต้องป้องกันบ้านของคุณอย่างไร ถึงจะไม่ให้พวกปลวกเข้ามารุกรานอีกครั้ง ซึ่งถ้าป้องกันดี ก็ไม่ต้องมาเสียเวลาในการกำจัดปลวกทีหลัง

4.เรียกใช้บริการง่าย

ปัจจุบันการค้นหาผู้ที่ให้บริการกำจัดปลวกสามารถทำได้โดยง่าย เพราะมีอินเตอร์เน็ตให้เราเรียกใช้งานได้สะดวก อีกทั้งคุณยังสามารถเปรียบเทียบคุณภาพและราคาของผู้ให้บริการแต่ละเข้าได้ด้วย ว่าควรจะเลือกใช้บริการเจ้าไหนถึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด และได้ราคาที่คุ้มค่า

5.มีการรับประกัน

หากคุณเลือกผู้ให้ บริการกำจัดปลวก ที่มีประสิทธิภาพ ก็มั่นใจได้เลยว่าจะไม่ต้องเสียเงินหลายครั้ง เพราะผู้ที่ให้บริการที่ดี จะมีการรับประกันคุณภาพของการกำจัดด้วย  สมมติว่าถ้าหากกำจัดแล้วไม่ได้ผล ทางผู้ให้บริการก็จะมาช่วยดำเนินการกำจักซ้ำให้ในทันที แต่ในส่วนนี้ก็เป็นบางเจ้าเท่านั้น ซึ่งก่อนที่คุณจะเลือกใช้บริการจากเจ้าไหน ก็ควรจะเช็คให้ดีก่อน

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณควรเลือกใช้บริการกับผู้ให้บริการมากกว่าการกำจัดด้วยตัวเอง สำหรับข้อแนะนำอีกข้อที่จะช่วยให้คุณได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพก็คือ หากต้องเลือก บริการกำจัดปลวก สักบริษัท แนะนำว่าให้เลือกที่คุณภาพของการให้บริการก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ควรจะเอาเรื่องของราครามาเป็นตัวกำหนด เพราะนั่นอาจจะทำให้คุณได้รับการบริการที่ไม่ดีพอ

แม้ว่าราคาของการให้บริการจะสูงหน่อย แต่ถ้าแลกมาด้วยประสิทธิภาพในการกำจัดที่สูง ก็ถือว่าเหมาะสมแลละควรเลือก จะได้ไม่ต้องเสียเวลาและเสียเงินหลายรอบด้วย

เคล็ด(ไม่)ลับ บูชาพระพรหมอย่างไรให้ได้รับพรสมปรารถนาทุกประการ

             เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงรู้จักเป็นอย่างดี และให้ความเคารพบูชาพระพรหมมาอย่างช้านาน โดยตามความเชื่อของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู พระพรหมคือพระผู้สร้างโลก และผู้ลิขิตความเป็นไปของทุกสรรพสิ่ง แตกต่างจากพระพรหมในศาสนาพุทธ โดยทางพุทธนั้นหมายถึงตัวแทนของผู้ที่ทำความดี ตั้งมั่นอยู่ในพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา) จนไปเกิดเป็นพระพรหม ทำให้ในศาสนาพุทธมีพระพรหมหลายองค์ แต่ที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยมากที่สุดเห็นจะเป็นพระพรหมเอราวัณ ณ สี่แยกราชประสงค์ หรือท้าวมหาพรหมนั่นเอง

             ด้วยพระพรหมมีลักษณะที่โดดเด่นคือ พระพักตร์ที่มากถึงสี่พักตร์ ซึ่งแต่ละพระพักตร์ก็มีนัยยะการขอพรที่แตกต่างกันไป และเชื่อกันว่า 4 พักตร์นี้ หมายถึง นัยยะของพรหมวิหาร 4 และหากผู้ที่เคารพบูชาประพฤติและปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีจะส่งผลดลใจให้พระพรหมประทานพรให้สมปรารถนา

ควรบูชาพระพรหมตั้งประดิษฐานไว้ที่ใดบ้าง?

             พระพรหม พระผู้สร้างโลก ถือเป็นเทพองค์ใหญ่ ควรจัดตั้งไว้ให้ประชาชนได้สักการะในที่แจ้ง เพื่อไม่เป็นการลดทอนบารมีขององค์พระ โดยส่วนมากเราจะเห็นพระพรหมตั้งประดิษฐานอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารของหน่วยงานราชการ องค์กรขนาดใหญ่ หรือสถานที่ที่มีผู้คนสัญจรไปมาคับคั่งอย่างสี่แยกราชประสงค์ ทั้งนี้ก็เพราะมีความเชื่อที่ว่าพระพรหมถ้ายิ่งมีผู้มากราบไหว้บูชามากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้บารมีของพระพรหมมีมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อบารมีมีมากขึ้นการขอพรก็จะยิ่งสัมฤทธิ์ผล หรือสมดั่งใจหวังมากขึ้นด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้การบูชาพระพรหมในบ้านจึงไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถทำได้เลย หากแต่เจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัยภายในบ้านต้องเป็นผู้ที่ประพฤติตนดีงามอยู่ในศีลในธรรมอย่างเคร่งครัด การบูชาจึงจะส่งผลดีต่อครอบครัว

คาถาบูชาพระพรหมที่ควรรู้และฝึกท่องจนขึ้นใจ

ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่าพระพรหมมีทั้งของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และของศาสนาพุทธ ซึ่งทั้งสองศาสนาก็มีคาถาบูชาที่แตกต่างกันไป ซึ่งหากไม่แน่ใจว่าพระพรหมที่เราบูชาเป็นของศาสนาใด แนะนำให้สวดคาถาบูชาทั้งสองคติ จะยิ่งส่งผลดีเสริมกันสร้างความเป็นมงคลให้กับผู้สวดยิ่งขึ้นไปอีก

คาถาบูชาพระพรหมแบบพราหมณ์-ฮินดู

การสวดคาถาบูชาเทพตามแบบพราหมณ์-ฮินดูทุกนิกาย จำเป็นต้องสวดคาถาบูชาพระพิฆเนศก่อนทุกครั้ง ถึงค่อยสวดคาถาบูชาพระพรหมตาม โดยบทสวดมีดังต่อไปนี้

โอม พรหมมายะ นะมะห์ (4 จบ)

โอม ปะระเมสะมะ มัสการัม

องการะนิสสะวะ รัง พรหมเรสสะยัมรูปัสสะวะวิษณุไวยะ ทานะโมโทติลูกปัม ทะระมา ยิกยานัง

ยะไวยะลาคะมุลัมสะทานันตะระ วิมุสะตินันนะมัตเตนะมัตเตร

จะ อะการัง ตะโกวาจะ เอตามาตาระยัต ตะมันตะราม กัตถะนารัมลา จะสะระวะปะติตัม

สัมโภพะกลโก ทิวะทิยัมมะตัมยะ

โอม จะตุระมุขายะ วิทมะเห หัมษา รุทายะ ธีมะหิ

ตันโน พรหมมา ประโจทะยาต (1 จบ)

คาถาบูชาพระพรหมแบบพุทธ

(ตั้งนโม 3 จบ)

โองการพินธุนาถัง อุปปันนัง

พรหมมาสะหะปะตินามะ

อาทิกัปเป สุอาคะโต ปัญจะปะทุมมังทิสะวา

นะโมพุทธายะ วันทะนังฯ

โอม พรหมมะเณ นะมะ โองการพินทุ นาถังอุปปันนาถัง

สุอาคะโต ปัญจะปะทุมมัง

พรหมมาสะหัมปะตินามังทิสสะวา นะโมพุทธายะ วันทานัง

โอม พระพรหมมา ปฏิพาหายะ

ทุติยัมปิ พระพรหมมา ปฏิพาหายะ

ตะติยัมปิ พระพรหมมา ปฏิพาหายะ

พรหมมาจิตตัง ปิยังมะมะ

นะชาลีติ นะมะพะทะ

นะมะอะอุ เมกะอะอุ

ปิโย เทวะ มะนุสสานังปิโย พรหมมา นะมุตตะมัง

ปิโย นาคะ สุปันณานังปินินทะริยัง นะมามิหัง

คาถาบูชาพระพรหมแบบย่อ

โอม อหัม ปรัหมา อัสมิ

สิ่งควรรู้ในการไหว้พระพรหม เตรียมของบูชาอะไรบ้าง และไหว้พระพรหมใช้ธูปกี่ดอก?

             อย่างที่ทราบกันดีแล้ว พระพรหมมีทั้งหมด 4 พักตร์ โดยแต่ละพักตร์ก็จะบันดาลพรให้แตกต่างกันออกไป ซึ่งหากคุณต้องการได้รับพรครบทุกประการต้องอย่าลืมไหว้ให้ครบทั้ง 4 พักตร์ 4 ทิศ และต้องจดจำให้ดีว่าการไหว้พระพรหมใช้ธูปกี่ดอกในแต่ละหน้าที่แตกต่างกันไป โดยรายละเอียดการไหว้แต่ละพักตร์มีดังต่อไปนี้

พักตร์แรก (พระพักตร์ด้านหน้าของที่ประดิษฐาน)

ขอพรเกี่ยวกับการงานและวิชาการ อาทิ การเรียน การงาน การสอบแข่งขัน รวมไปถึงความเจริญก้าวหน้าในชีวิต หน้าที่การงาน และอำนาจบารมี

ของบูชาที่ต้องเตรียม  ธูป 16 ดอก/เทียน 9 เล่ม/ดอกบัว 9 ดอก/น้ำดื่ม 1 ขวด    

พักตร์ที่ 2 (วนซ้ายตามเข็มนาฬิกา)

ขอพรเกี่ยวกับการเงิน อาทิ ทรัพย์สินเงินทอง มรดก อสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน บ้าน รถ หนี้สิน

ของบูชาที่ต้องเตรียม  ธูป 36 ดอก/เทียน 9 เล่ม/ดอกบัว 9 ดอก/น้ำดื่ม 1 ขวด  

พักตร์ที่ 3 (พระพักตร์ที่อยู่ด้านหลัง)

ขอพรเกี่ยวกับสุขภาพและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล อาทิ ร่างกายแข็งแรงปราศจากโรคภัย ครอบครัว คู่ชีวิต ญาติสนิทมิตรสหาย พี่น้องร่วมสายเลือด รวมไปถึงคู่สัญญา

ของบูชาที่ต้องเตรียม  ธูป 39 ดอก/เทียน 9 เล่ม/ดอกบัว 9 ดอก/น้ำดื่ม 1 ขวด  

พักตร์ที่ 4 (พระพักตร์สุดท้ายที่เหลือ)

ขอพรเกี่ยวกับโชคลาภ อาทิ การเสี่ยงโชค เสี่ยงดวง การขอบุตร การขอสินเชื่อลงทุนต่าง ๆ ตลาดหุ้น

ของบูชาที่ต้องเตรียม  ธูป 19 ดอก/เทียน 9 เล่ม/ดอกบัว 9 ดอก/น้ำดื่ม 1 ขวด  

Tips : การไหว้พระพรหมใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะครบทั้ง 4 พักตร์ 4 ทิศ หากคุณไปไหว้ในช่วงกลางวันแนะนำให้พกครีมกันแดดติดกระเป๋าไปด้วย เพราะแดดเมืองไทยสามารถสร้างผิวไหม้เกรียมให้กับคุณได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว

ผ่านไปแล้วกับเนื้อหาสาระสำคัญในการบูชาพระพรหม หวังว่าคงจะพอเป็นประโยชน์และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการสักการะบูชาได้บ้าง ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเป็นข้อมูลทิ้งท้ายสำหรับบทความนี้ เป็นเคล็ด(ไม่)ลับที่จะช่วยทำให้การขอพรของคุณมีเปอร์เซ็นต์สมหวังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่คุณไม่ควรไปขอพรพระพรหมในวันพระ เพราะเชื่อกันว่าท่านจะเสด็จไปปฏิบัติธรรมทำให้ไม่ได้ยินคำขอของเรา หรือห้ามนำเนื้อสัตว์ไปถวายท่าน ควรเป็นผลไม้จะดีกว่า หรือแม้แต่เวลาในการไปไหว้พระพรหม กี่โมงถึงจะดีและสมหวัง ในส่วนนี้ไม่ปรากฏข้อมูลที่แน่ชัด แต่ที่นิยมคือช่วงเวลา 06.00 – 11.00 น. ของวันอังคารและวันพฤหัสบดี สุดท้ายหากต้องการได้รับพรสมดั่งใจหวัง แนะนำให้ขอในสิ่งที่อยากได้เพียงข้อเดียวเน้น ๆ เพื่อให้ท่านเห็นในความมุ่งมั่น รวมถึงความปรารถนาอันแรงกล้า และประทานพรนั้นสู่คุณด้วยเทอญ

ช้อปฟินๆ กับ Shopee 4.4 Crazy Flash Sale รวมไอเท็มดังลดราคาปังที่สุด! มาพร้อมโปรโมชั่นส่งฟรีทั่วประเทศ ขั้นต่ำ 0 บาทที่ทุกคนรัก! พร้อม Midnight Flash Sale ให้คุณได้เลือกช้อปไอเท็มเด็ดๆ ราคาพิเศษทุกเที่ยงคืน เพลินเพลินไปกับการช้อปของใช้ในบ้านและ Groceries ใน Shopee Supermarket Fair และซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ในราคาดีที่สุดกับ Shopee Home Expo รีบช้อปด่วน! ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม – 5 เมษายน 2020 นี้!

สร้างบ้านอย่างไร ไม่ให้งบบานปลาย

กว่าจะมีบ้านสักหลังไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องมีการวางแผนและเตรียมการหลายอย่าง เรื่องที่ใหญ่ที่สุดก็เห็นจะเป็นงบสำหรับการสร้างบ้าน หากไม่มีเงินอย่างเดียวก็ทำอะไรไม่ได้ การวางแผนในการเก็บเงินเพื่อมาสร้าง จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำกันนานพอสมควร บางคนต้องอาศัยเก็บเงินทั้งชีวิตเลยก็มี เพื่อที่จะให้บ้านออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด และเป็นการป้องกันไม่ให้มีงบที่บานหลาย

ดังนั้นก่อนที่ตัดสินใจเริ่มสร้าง จะต้องมีแผนการที่แน่นอน และก็มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาเร่องของทุนในการก่อสร้างก่อน ลองมาดูว่าถ้าเราไม่ต้องการอยากจะให้มีงบที่บานปลาย ต้องวางแผนในเรื่องอะไรไว้บ้าง

1.งบสำหรับการก่อสร้าง เป็นส่วนที่มีการใช้เงินเยอะที่สุดมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินทั้งหมด เพราะงบส่วนนี้เราจะต้องเอาไปใช้ในการจ้างช่างหรือบริษัทรับเหมาด้วย และยังเป็นส่วนของการซื้ออุปกรณ์อะไรอีกหลายอย่างที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง

ตัวแปรที่สำคัญว่าเราจะใช้งบมากน้อยเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับวัสดุที่เราใช้เลือกในการสร้างด้วย อย่างเช่นถ้าเป็นวัสดุจำพวกไม้ ก็อาจจะต้องใช้งบในการซื้อมากหน่อย และขนาดของบ้าน จำนวนห้องภายในบ้าน ก็เป็นตัวกำหนดเช่นกัน

2.งบการตกแต่งภายใน บ้านจะสวยสมบูรณ์ได้ ก็ต้องมีการตกแต่งด้วย นอกจากการสร้างบ้าน ที่เป็นหลังแล้ว การตกแต่งก็จำเป็นเช่นกัน อย่างเช่นชุดเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ข้าวของพวกตู้ ม่าน และเครื่องใช้ต่างๆ ก็อยู่ในงบส่วนนี้ ถ้าบ้านของเราไม่ต้องการอยากจะเน้นเฟอร์นิเจอร์อะไร หรือต้องใช้ของสวยหรูของแพงมาก งบในส่วนนี้ก็อาจจะไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก หรือจะใช้วิธีการค่อยๆ แต่งไปทีลอย่างก็ได้เช่นกัน

3.ตกแต่งภายนอก การสร้างบ้าน ให้ดี ไม่ใช่จะมีเพียงแค่การตกแต่งงภายในอย่างเดียว การตกแต่งภายนอกเองก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่างเช่นการจัดหย่อมเล็กๆ การซื้อต้นไม้ หรือถ้าใครที่ชอบว่ายน้ำก็คงจะขากสระว่ายน้ำไม่ได้เช่นกัน งบสำหรับการตกแต่งภายนอก ก็อาจะต้องใช้มากเหมือนกัน แต่ถาบางอย่างเราสามารถทำเองได้ อย่างเช่นการจัดสวน ก็จะเป็นการประหยัดงบในการก่อสร้างได้เยอะทีเดียว

-อื่นๆ นอกจากนี้อาจจะมีค่าใช้จ่ายในบางส่วน ที่อาจจะเพิ่มขึ้นมาเยอะกว่าเดิมบ้าง อย่างเช่นการตกแต่งภายนอกและภายใน ที่เราเผลอใช้เงินเกินงบ แต่ถ้าบริหารจัดการดี ก็อาจจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าไหร่

สิ่งสำคัญอีกอย่างที่เราควรจะเช็คในขณะสร้างบ้าน ก็คือ การตรวจสอบค่าใช้จ่าย เช่นค่าใช้จ่ายที่ซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ของช่างผู้รับเหมา ว่าซื้อถูกต้องหรือไม่ ตามราที่กำหนดหรือไม่ ถ้ามีการใช้เงินเกินหรือซื้อไม่ถูก ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้งบบานปลายไปได้เยอะเลยทีเดียว จึงไม่ควรจะปล่อยให้ทางผู้รับเหมา ดำเนินการเองทุกอย่าง โดยที่เราไม่ตรวจเช็ค ไม่งั้นหากเกิดปัญหาอะไรมา จะแก้ไขไม่ทัน

ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มสร้างบ้าน จะต้องมีการวางแผน และเตรียมในงบทุกส่วนให้พอเพียง และเผื่อเอาไว้ด้วย เพื่อให้การสร้างดำเนินไปด้วยความเรีบร้อย ไม่ใช่สร้างไปได้ครึ่งเดียวก็ต้องหยุด แล้วก็ไปหาเงินใหม่เพื่อมาสร้างต่อ แบบนั้นอาจจะไม่ใช่ทางที่ดี ควรจะสร้างทีเดียวให้แล้วเสร็จไปเลยจะดีกว่า

เลือกของพรีเมี่ยมอะไร เป็นของขวัญในโอกาสต่างๆ ดี

การให้ของขวัญในช่วงเทศกาล หรือว่าโอกาสสำคัญอย่างเช่นเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ บริษัทหรือว่าองค์กรต่างๆ ก็มักจะเลือกหาของขวัญมาเป็นรางวัลให้กับพนัก ในช่วงโอกาสนั้นเสมอ เพื่อให้เกิดความสนกสนาน และมีกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกัน ฉะนั้นการให้ของที่เป็นของพรีเมี่ยม จึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการให้ของที่เป็นของธรรมดา

นั่นก็เพราะทำให้ผู้รับประทับใจมากขึ้น แถมของเหล่านั้นก็ยังเอาไปใช้งานได้จริงด้วย มีของอะไรบ้างที่คนนิยมนำมาเป็นของขวัญ หรือว่าของที่ระลึกในโอกาสต่างๆ สำหรับใครที่ไม่รู้วาจะเลือกของขวัญแบบไหนดี เราก็มีของดีๆ มาแนะนำ ที่สามารถนำไปใช้ได้เลย

1.ปากกาพรีเมี่ยม จะแตกต่างจากปากกาทั่วไปมาก ทั้งวัสดุและความสวยงามของตัวปากกา เป็นของที่น่าจะเก็บรักษามากกว่าเอามาใช้ เมื่อผู้รับได้รับไปก็จะใช้อย่างทะนุถนอม เพราะมันมีคุณค่าน่าสะสมมาก เป็นของที่เอามาใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การรับมาแล้วเอามาเก็บสะสมไว้อย่างเดียวเท่านั้น

2.กระเป๋าเดินทาง เป็นอีกหนึ่งของพรีเมี่ยมที่มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะคนที่ชอบเดินทาง การได้กระเป๋าคุณภาพดีที่เป็นของพรีเมี่ยม จะมีคุณค่ามาก เพราะใช้ในการใส่ข้าวของต่างๆ ระหว่างาการเดินทางด้วย อายุการใช้งานก็จะยาวนานกว่า ทนทานกว่ากระเป๋าเดินทางทั่วไป ถ้าเลือกให้ของพรีเมี่ยม ชนิดนี้ได้ถูกกับคนที่ชอบด้วย จะเป็นการสร้างความประทับใจได้มากขึ้นด้วย

3.ร่ม เป็นของใช้ที่สามารถเอาไปใช้ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อนหรือว่าหน้าฝน ร่มจะเป็นตัวช่วยอย่างดีในการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ที่จะช่วยให้คนไม่โดนแดดโดนฝน ยิ่งถ้าเป็นร่มคุณภาพดี ก็จะยิ่งทำความประทับใจให้กับผู้รับไม่น้อย

4.แก้วเก็บความเย็น จะแตกต่างจากกระบอกน้ำทั่วไปมาก เพราะมีคุณภาพดีกว่า ทั้งประสิทธิภาพในการเก็บน้ำ ความทนทานและความสวยงาม เป็นของพรีเมี่ยม ที่สามารถเอามาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และจำเป็นด้วย การให้แก้วน้ำในการแจกจ่ายหรือให้เป็นของแถมของที่ระลึก จึงมีคุณค่ากับผู้ให้มากที่สุด

5.สมุดโน้ต เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน ที่จำเป็น โดยเฉพาะคนที่อยู่ในวัยเรียนหรือว่าวัยทำงาน สมุดโน้ตเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย ที่จะช่วยให้เราจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีมากกว่าเดิม เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ข้อแตกต่างของสมุดโน้ตที่เป็นสมุดธรรมดา กับที่เป็นแบบพรีเมี่ยมก็คือ มีคุณค่าและความสวยงามที่แตกต่างกันมาก

6. -พวงกุญแจ อาจจะดูเป็นของเล็กๆ น้อยๆ ที่เหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร แต่พวงกุญแจที่เป็นพวงกุญแจคุณภาพดี รูปลักษณ์สวยงามน่าใช้ คนที่รับไปยังไงก็ต้องเอามาใช้แน่นอน ไม่ใช่เอาไปเพื่อเก็บไว้ หรือเอาไปบริจาคต่อ และพวงกุญแจเองก็เป็นของ ที่มักจะติดตัวอยู่กับผู้ที่ได้รับอยู่เสมอ จึงนับว่าเป็นของพรีเมี่ยม มีประโยชน์ไม่น้อยทีเดียว

เพราะเหตุนี้เอง การให้ของพรีเมี่ยม จึงสสำคัญสำหรับทุกองค์กร หรืออาจจะเป็นการให้ระหว่างเพื่อนกับเพื่อนเองก็ดี ถ้าเราเลือกของที่มีคุณภาพดีมาให้ ก็ย่อมจะเป็นการสร้างความประทับใจได้ดีกว่า

มีจริงหรือ รองเท้าเพื่อสุขภาพผู้หญิงราคาถูก

หลายคนอาจคิดว่ารองเท้าผ้าใบสุขภาพที่มีการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อการรักษาสุขภาพเท้านั้นมีแต่รองเท้าราคาแพง แต่ความเป็นจริงแล้วก็ยังมี รองเท้าเพื่อสุขภาพผู้หญิงราคาถูก อยู่นะคะ แต่ทั้งนี้เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยราคาที่ถูกลงนั้นก็ส่งผลต่อคุณภาพของรองเท้าด้วย แต่หากคุณเป็นคนที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องสุขภาพเท้ามากนัก รองเท้าเพื่อสุขภาพผู้หญิงราคาถูก นั้นก็สามารถตอบโจทย์ให้กับคุณได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

รองเท้าผ้าใบสุขภาพ

7 วิธีที่จะช่วยให้คุณเลือก รองเท้าเพื่อสุขภาพหญิงราคาถูก ให้ถูกทั้งใจและราคา

  1. รู้จักรูปทรงของเท้าคุณให้ดีก่อน เพราะลักษณะของรูปเท้าแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน ดังนั้นถ้าคุณต้องการเลือกซื้อรองเท้า ควรเลือกรองเท้าที่มีทรงเหมือนและเหมาะกับรูปเท้าของคุณ เช่น หากคุณเป็นคนเท้าแบนก็ควรเลือกรองเท้าแบบ Motion Control ที่มีการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของคนเท้าแบนโดยเฉพาะ
  2. เลือกขนาดรองเท้าให้พอดีกับเท้าของคุณ อย่าเลือกรองเท้าที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่จนเกินไปเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บระหว่างเดินหรือยืนเป็นเวลานาน
  3. รองเท้าควรทำจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่น ระบายอากาศได้ดีและมีความนิ่มที่เหมาะสมโดยไม่มากหรือน้อยจนเกินไปทั้งบริเวณด้านในและด้านนอกรองเท้า ซึ่งจะช่วยทำให้เท้าคุณไม่บาดเจ็บจากการเสียดสีของผิวสัมผัสหรือการถูกกดทับ 
  4. รองเท้าควรมีช่องว่างบริเวณหัวแม่โป้งเท้าและส้นรองเท้าที่มีความกว้างประมาณ 3-8 – 1-2 นิ้ว ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกสบายนิ้วเท้าเวลาที่สวมใส่และรองเท้าไม่หลุดออกมาเวลาที่คุณเดิน ทั้งนี้รองเท้ายังมีความกระชับของกับเท้าของคุณอีกด้วย
  5. พื้นรองเท้าต้องสามารถยึดเกาะกับสภาพพื้นผิวทั่วไปได้ดี  พื้นรองเท้าที่ดีต้องเวลาที่คุณเดินนั้นต้องไม่ลื่นและมีความเรียบสม่ำเสมอเพื่อให้เดินอย่างสะดวกสบาย
  6. อย่าเลือกซื้อรองเท้าโดยเน้นที่ความสวยเป็นหลัก โดยรองเท้าในปัจจุบันนี้มีการออกแบบดีไซน์ที่มีความหลากหลาย ยิ่งรองเท้ามีดีไซน์ที่สวยมากเท่าไหร่ราคาก็ยิ่งสูงขึ้นตามการออกแบบ ดังนั้นหากต้องการเลือกซื้อ รองเท้าเพื่อสุขภาพหญิงราคาถูก จึงไม่จำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญในแง่ของดีไซน์มากเท่าไหร่นัก
  7. ที่สำคัญที่สุดคือคุณควรลองรองเท้าก่อนซื้อทุกครั้ง โดยต้องลองทั้งสองข้าง ลองเดิน ลองยืน ลองดูในกระจกว่ารองเท้าคู่นั้นใส่แล้วเหมาะกับคุณหรือไม่ 

หากคุณผู้หญิง ลองเลือกรองเท้าผ้าใบสุขภาพตามคำแนะนำที่กล่าวมานี้ก็จะช่วยให้คุณได้ รองเท้าเพื่อสุขภาพผู้หญิงราคาถูก ที่ถูกใจคุณแน่นอนค่ะ

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก จำเป็นสำหรับเด็กอย่างไร

เพราะการเรียนรู้ของเด็ก ไม่ได้อยู่ที่ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น การเล่นของเล่นของเล่นเด็กเสริมพัฒนาการ ก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้เช่นกัน หากให้เด็กได้เล่นของเล่นที่เหมาะสมกับวัยแต่ลวัย จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการด้านต่างๆ ที่ดียิ่งขึ้น และบางครั้งการเล่นของเล่น ก็อาจจะได้ประโยชน์อะไรหลายอย่าง มากกว่าการเรียนในห้องเรียนด้วยซ้ำ

เพียงแต่ในการเลือกของเล่นเด็กแต่ละอย่าง จะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ก่อนด้วย ทั้งเรื่องของความปลอดภัย และเรื่องความเหมาะสมของแต่ละวัย

ของเล่นแต่ละชนิด จึงมีการผลิตขึ้นมาให้เหมาะสมกับวัยเช่น ของเล่นเด็กแรกเกิดถึง 6 เดือน ของเล่นเด็กวัย 6-12 เดือน ของเล่นเด็ก 1-2 ปี และของเล่นเด็กเสริมพัฒนาการ ถ้าสามารถเลือกของเล่นให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เด็กก็จะมีทักษะด้านต่างๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับเด็กที่อยู่ในช่วงวัย 3 ขวบขึ้นไปนั้น ถือว่าเป็นเด็กที่เริ่มมีพัฒนาการด้านต่างๆ ที่พร้อมต่อการเรียนรู้หลายอย่างแล้ว พ่อแม่สามารถหาสิ่งของ หรือของเล่นที่เด็กชอบมาให้เด็กได้เลย ยกตัวอย่างเช่น

บางคนชอบเรียนรู้ ชอบคิดจินตนาการ ของเล่นที่เหมาะกับเด็กประเภทนี้คือ ดินน้ำมัน หนังสือภาพ ตัวต่อเลโก้ต่างๆ หรือว่าแป้งโดว์ ของเล่นเหล่านี้จะเป็นการช่วยเสริมพัฒนาการ ทางด้านความคิดจินตนาการของเด็กได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างผลงานออกมา

หรือถ้าเด็กเป็นคนที่ชอบอะไรเกี่ยวกับกลไก หรือว่าเทคโนโลยีใหม่  ของเล่นเด็กเสริมพัฒนาการ สำหรับเด็กแนวนี้ก็คือ เมืองจำลอง หรือไม่ก็เป็นชุดสำหรับวิศวกรตัวน้อย อุปกรณ์สำหรับการเป็นหมอ เครื่องมือช่างต่างๆ จะช่วยให้เด็กมีความรู้เกี่ยวกับสิ่ง ที่ตัวเองชอบมากขึ้น และอายุมากขึ้นเขาก็จะรู้ว่าตัวเองอยากจะเป็นอะไร และอยากจะทำอะไรบ้าง ในอาชีพของตัวเอง

ถ้าเป็นเด็กที่ชอบอะไรใหม่ ชอบอะไรที่ท้าทายความสามารถของตัวเอง ของเล่นเด็กเสริมพัฒนาการ ที่เหมาะสมก็คือจิ๊กซอร์ หรือไม่ก็ตัวต่อเลโก้ ที่ทำเป็นรูปร่างต่างๆ ได้ตามใจชอบ จะเป็นการฝึกความคิดสร้างสรรค์ และการใช้สมาธิในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ฝึกการคิดแบบตรรกะด้วย ว่าอะไรควรจะคู่กับอะไร หรือว่าอยู่ตำแหน่งไหน

หากเด็กเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม หรือว่าชอบเก็บตัวเงียบอยู่คนเดียว วิธีการที่จะช่วยได้ก็คือ พยายามหากิจจกรรมอะไรที่มีความสนุก ความบันเทิงมาให้เด็กได้เล่น อาจจะเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันกับเพื่อนก็ได้ จะช่วยเด็กมีความสนใจที่อยากจะเข้าสังคมมากขึ้น

สิ่งที่สำคัญว่าเราจะเลือก ของเล่นเด็กเสริมพัฒนาการ ให้กับเด็กแบบไหนนั้น พ่อแม่ต้องลองสังเกตพฤติกรรม หรือสิ่งที่เด็กชอบเด็กสนใจในเรื่องอะไรเป็นพิเศษบ้าง เพราะถ้าเลือกของที่ไม่ใช่สิ่งที่เด็กสนใจ มันก็เป็นการซื้อของที่เสียเปล่า พยายามสังเกตพฤติกรรม ว่าเด็กมักจะทำอะไร แล้วก็หาของเหล่านั้น มาช่วยเสริมทักษะในจุดนั้นของเด็กเลย

อีกอย่างหนึ่งคือพยายามหลีกเลี้ยงของเล่น หรืออะไรก็ตามที่ไม่มีประโยชน์สำหรับเด็ก อย่างเช่นการเล่นเกมในโทรศัพท์มือถือ นอกจากไม่มีประโยชน์แล้ว ยังเป็นการสร้างนิสัยที่ไม่ดีให้กับเด็กด้วย หรือถ้าจะให้เด็กเล่น จะต้องอยู่ในการควบคุมของพ่อแม่ด้วย เพื่อไม่ให้เด็กติดมากจนเกินไป

น้ำตกหน้าเที่ยวใกล้กรุงเทพ ไม่ต้องรอหยุดยาวก็ไปได้

สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวน้ำตกแต่ไม่อยากขับรถเหนื่อย วันนี้ก็เลยอยากมาแนะนำที่เที่ยวใกล้กรุงเทพกัน รับรองเลยว่าคุณจะมีความสุขเพิ่มขึ้นได้แน่นอน งั้นเราไปดูกันดีกว่าว่ามีน้ำตกอะไรน่าเที่ยวและอยู่ใกล้กรุงเทพบ้าง

            น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น จ.กาญจนบุรี ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุด มีลักษณะเป็นม่านน้ำตกที่ไหลลดหลั่นกันมา และบรรยากาศโดยรอบโอบล้อมด้วยป่าและต้นไม้มากมาย โดยน้ำตกนี้มีทั้งหมด 7 ชั้น คือ ชั้นว่านดง ม่านขมิ้น วังหน้าผา ฉัตรแก้ว  ไหลจนหลง ดงผีเสื้อ และร่มเกล้า โดยคุณสามารถเดินขึ้นไปชมความงามของแต่ละชั้น และสามารถมาเที่ยวได้ตลอดปี

น้ำตกเอราวัณ จ. กาญจนบุรี เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม มีทั้งหมด 7 ชั้น น้ำตกชั้นแรกมีชื่อว่าไหลคืนรัง” ชั้นที่ 2 ชื่อ “วังมัจฉา” ชั้นที่ 3 “ผาน้ำตก” ชั้นที่ 4″อกผีเสื้อ” ชั้นที่ 5 “เบื่อไม่ลง” ชั้นที่ 6 ” ดงพฤกษา” และชั้นสุดท้ายชื่อว่า “ภูผาเอราวัณ และแต่ละชั้นก็มีความสวยงามที่ต่างกันไป หากคุณต้องการดูให้ครบทุกชั้นต้องใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และยังมีเส้นทางธรรมชาติให้คุณได้ศึกษาด้วย ซึ่งเป็นหนทางที่ทางอุทยานได้จัดเส้นทางไว้ ลองมาเที่ยวดูสิ รับรองว่าคุณต้องชื่นชอบแน่นอน

น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จ.สระบุรี ตั้งอยู่ในป่าโปร่ง และมีต้นน้ำมาจากป่าในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่มีน้ำตกชั้นเตี้ยๆ อีก 7 ชั้นและแต่ละชั้นจะมีความสูง 2-5 ชั้น โดยชั้นที่ 4 จะเป็นชั้นที่สวยงามที่สุด โดยน้ำตกจะมีลักษณะ ไหลลดหลั่นมาตามซอกหินและมีแอ่งตื้นๆรองรับอยู่หลายจุดด้วย ช่วงเดือนที่น้ำตกน่าเล่นคือ เดือนพฤศจิกายน – เมษายน เพราะน้ำใสและปลอดภัย และต้องคอยฟังประกาศอยู่เสมอด้วย เพื่อจะได้เลือกเวลาในการเล่นได้ถูกต้อง

น้ำตกซับเหว หรือ น้ำตกถ้ำผาแดง จ.สระบุรี น้ำตกนี้เป็นแบบชั้นเดียวสูงประมาณ  30 เมตร น้ำใสและไหลเย็นมาก  โดยจะไหลผ่านหน้าผาหินปูนสีแดงส้มสูงๆ มายังพื้นเบื้องล่าง โดยด้านล่างมีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำได้ ความพิเศษของน้ำตกแห่งนี้อยู่ตรงที่บริเวณกลางน้ำตกจะมีช่องลึกเข้าไปในหน้าผา ทางด้านขวาก็มีโพรงถ้ำหินงอกหินย้อยที่งดงาม รับรองว่าถ้าคุณนั้นได้ไปที่นี่คุณจะมีความสุขมากขึ้นอย่างแน่นอน

ทั้งหมดนี้ คือ น้ำตกน่าเที่ยวใกล้กรุงเทพที่เป็นทางเลือกให้คุณได้เลือกเที่ยวได้ตามความต้องการ อย่างไรก็ตามที่เที่ยวก็ไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีอีกหลายที่มากให้คุณได้ลองไปเที่ยวกัน ลองถามเพื่อนหรือหาจากเน็ตดูก็ได้ รับรองไม่ผิดหวัง

5 ที่เที่ยวหน้าหนาว บรรยากาศดี ฟินกับทะเลหมอก

ใกล้เข้าสู่ฤดูหนาวกันแล้ว หลายคนคงอยากหาสถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาวกัน เพื่อให้ได้สัมผัสความหนาวเย็น ชื่นใจกับทะเลหมอก ดื่มด่ำกับพรรณไม้เมืองหนาวที่นานๆ จะผลิดอกออกใบให้เห็น พร้อมกับตื่นตาตื่นใจกับธรรมชาติที่สวยงาม เราก็มีสถานที่มาแนะนำให้คุณได้ฟินไปกับหน้าหนาว

– ดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย หรือที่เรียกกันว่า ดินแดนแห่งไร่ชาและวัฒนธรรมชาวจีนด้วย คุณจะได้เห็นทั้งการแต่งตัว อาหารการกิน ไม่ว่าจะเป็นขาหมูยูนานที่เสิร์ฟคู่กับหมันโถว และที่สำคัญยังมีชาพันธุ์แท้ต้นแบบจากชาวจีนฮ่อให้คุณได้ลิ้มลองดัวย และคุณยังสามารถถ่ายรูปคู่กับซากุระเมืองไทยหรือดอกนางพญาเสือโคร่งได้ด้วย ซึ่งจะบานในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์อีก เช่น พระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี  ,สุสานนายพล                                    ต้วน ซี เหวิน และพระธาตุศรีมหาโพธิ์มงคลบุญชุ่ม เมืองแม่สลอง เป็นต้น

– ลานหินปุ่ม ภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก มีแหล่งท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์มากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์การสู้รบ โรงเรียนการเมืองทหาร หลุมหลบภัย โรงพยาบาลรัฐ ฯลฯ  และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้วย นั่นคือ  ลานหินปุ่ม ผาชูธงและ ลานหินแตก  ในส่วนของลานหินปุ่มนั้น ตั้งอยู่ริมหน้าผา จะเป็นลานหินที่มีหินผุดขึ้นมาแบบไล่เลี่ยกัน ลมพัดเย็นสบาย ส่วนลานหินแตกนั้น จะเป็นลานหินแตกเป็นร่องเหมือนแผ่นดินแยก บางรอยแคบบางรอยกว้าง จึงมีสามารถคะเนได้ว่าลึกมากแค่ไหน ลานหินแตกนี้ยังมีต้นไม้จำพวกมอสส์ ไลเคน ตะไคร่ เฟิร์น และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ

-ภูกระดึง คือ แหล่งท่องเที่ยวของเลย จุดเด่นของที่นี่คือ การเดินป่าชมความงามของธรรมชาติ เดินไปชมอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก ส่วนแลนด์มาร์คสำคัญของภูกระดึงก็คือ ผาหล่มสัก และไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวหน้าไหน ที่นี่ก็สวยงามแตกต่างกันทุกฤดูกันอยู่แล้ว ไม่ว่าคุณจะไปเที่ยวในฤดูไหน คุณก็พบกับความสวยงามตราตรึงอยู่ดี

– มอหินขาว ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ มีลักษณะเป็นกลุ่มหินทรายสีขาววางเรียงอยู่จึงได้รับการขนานนามว่า สโตนเฮนจ์เมืองไทย ซึ่งเกิดจากการการสะสมของตะกอนทรายและดินเหนียวแข็งตัวกลายเป็นหิน แถมตอนกลางคืนยังนอนดูดาวได้แบบสบายใจท่ามกลางลมเย็นๆด้วย

ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย เป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า ยิ่งตอนที่พระอาทิตย์กำลังขึ้นมาตรงระหว่างปลายยอดเขา จะสวยมากๆ พอสายหมอกถูกความร้อนระเหยหมดแล้วยังคงมองเห็นสายน้ำโขงไหลคดเคี้ยว ส่วนของหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว ฤดูหนาวจะหนาวมาก

ทั้งหมดนี้ ที่เที่ยวหน้าหนาวสุดฟินที่คุณไม่ควรพลาด รับรองว่าคุณจะมีความสุขเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน